VITALUTEIN

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตา
“ปกป้องดวงตาคู่สวยจากแสงสีฟ้า”

PROTECT/PROMOTE/PREVENT
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงดวงตาที่มีส่วนผสมของลูทีน บิลเบอร์รี และสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งมีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริการองรับ ว่าช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม ทั้งยังปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพดวงตา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้สายตาอยู่บนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน

แสงสีฟ้ากับดวงตาในยุคดิจิทัล แสงสีฟ้า (Blue Light) คืออะไร?

แสงสีฟ้า หรือ แสงสีน้ำเงิน คือ แสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาวที่มนุษย์มองเห็นได้ โดยแสงสีขาวนั้นประกอบไปด้วยแสง 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง ซึ่งจะมีความเข้มแตกต่างกันไปตามพลังงานและความยาวของคลื่นแสง

แสงสีฟ้าพบได้ทั้งในแสงแดด หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ และพบมากที่สุดจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต โดยถือเป็นแสงที่มีคลื่นพลังงานสูง มีความยาวคลื่น 400 – 500 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความยาวที่สั้นที่สุด และสว่างมากที่สุด จึงสามารถผ่านเข้าสู่จอประสาทตา (Retina) และมีพลังทำลายทั้งกระจกตาและจอประสาทตาได้ร้ายแรงกว่าแสงสีอื่น

แสงสีฟ้า กับอันตรายที่มองไม่เห็น

ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล ทำให้คนเราใช้เวลาและสายตาอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Smart Devices) อย่างแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนมากขึ้น จนแทบจะกินเวลาเกินครึ่งหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ แสงสีฟ้าจากหน้าจอของอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้เกิดภาวะตาล้า (Digital Eye Strain) เช่น ปวดตา ตาแห้ง ตาพร่า และน้ำตาไหล นอกจากนี้ งานวิจัยทางการแพทย์ยังพบว่า การเผชิญกับแสงสีฟ้าเป็นเวลานาน อาจทำให้เซลล์ในดวงตาตาย เนื่องจากคลื่นแสงพลังงานสูงจะเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ (Free Radical) ในเซลล์ของจอประสาทตา ทำให้เซลล์ค่อย ๆ เสื่อมลง เป็นผลให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-Related Macular Degeneration: AMD) ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงขึ้น อาทิเช่น อายุ การสูบบุหรี่ การมีม่านตาสีอ่อน (Light Iris Coloration) แสงแดด การรับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ และกรรมพันธุ์ ทั้งยังพบด้วยว่า ผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมมากกว่าผู้ชาย

แสงสีฟ้า กับสมองและร่างกาย

แสงสีฟ้าจะเข้าไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) และส่งผลกระทบกับการนอนหลับ รวมถึงปัญหาสุขภาพอีกสารพัด อาทิ

  • การนอนหลับไม่เต็มอิ่มทำให้ขาดสมาธิและส่งผลให้ระบบความจำของเช้าวันใหม่ไม่มีประสิทธิภาพ (Distraction & Impaired memory)
  • การนอนน้อยเพราะแสงจากสมาร์ทโฟนทำให้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้ยากขึ้น (Harder to learn)
  • ในระยะยาว การนอนไม่พอจะก่อให้เกิดพิษต่อระบบประสาท ซึ่งยิ่งทำให้นอนหลับได้ยากยิ่งขึ้น (Neurotoxin)
  • ผู้ที่มีระดับฮอร์โมนเมลาโทนินและนาฬิกาชีวิต (Body Clock) บกพร่อง มีแนวโน้มจะเกิดภาวะซึมเศร้า (Depression)
  • แสงจากสมาร์ทโฟนส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่โรคอ้วน (Obesity Risk)
  • การสัมผัสแสงตอนกลางคืนมากไปและการนอนหลับไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและต่อมลูกหมาก (Breast & Prostate cancers)
  • นักวิจัยอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบของแสงสีฟ้ากับการเกิดโรคต้อกระจก (Cataracts)
  • แสงสีฟ้าอาจไปทำลายจอประสาทตา (Retina) โดยยังคงมีงานวิจัยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง (Harm retina)

ลูทีนคืออะไร

ลูทีน (Lutein) หรือ The Eye Antioxidants เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งในธรรมชาติมีมากถึง 600 ชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิด คือ ลูทีนและซีแซนทีน (Zeaxanthin) เท่านั้น ที่พบได้ในบริเวณเนื้อเยื่อตา และพบมากที่สุดบริเวณจุดศูนย์กลางของจอประสาทตา โดยมีหน้าที่ดูแลและปกป้องดวงตาจากรังสีต่าง ๆ ที่เป็นอันตราย ทั้งนี้ ลูทีนจะประกอบอยู่ในอาหารหลากชนิด โดยเฉพาะในผักใบเขียว อย่างผักโขม คะน้า ปวยเล้ง และผักผลไม้ที่มีสีส้มและเหลือง เช่น ข้าวโพด แครอท ส้ม รวมถึงในไข่แดง และเก๋ากี้

กลไกการทำงานของลูทีน (Lutein)

หน้าที่ของ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่อยู่บริเวณกลางจอประสาทตา (Macular) คือ การช่วยกรองและดูดซับแสงที่มีอันตราย โดยเฉพาะแสงสีฟ้า (Blue Light) ที่ยิ่งได้รับมากก็ยิ่งทำให้เกิดภาวะตาล้า และหากผ่านเข้าสู่จอประสาทตา (Retina) จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-Related Macular Degeneration: AMD) ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ นอกจากนี้ สารประกอบทั้งสองยังมีคุณสมบัติสำคัญช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เพื่อปกป้องดวงตาจากการเสื่อมสภาพ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมลง ลูทีนและซีแซนทีน จึงเป็นเสมือนผู้พิทักษ์ ที่คอยดูแลดวงตาของเราให้ปลอดภัยนั่นเอง

ผลการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิก (Clinical Trials)

แสงผ่านเข้าสู่ดวงตา โดยเริ่มจากทางกระจกตา (Cornea) ที่สามารถกรองรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไว้ได้บางส่วน จากนั้นจึงผ่านแก้วตา (Lens) และส่งต่อไปยังจอประสาทตา (Retina) โดยในบรรดาคลื่นแสงที่เรามองเห็นได้ แสงสีฟ้าซึ่งมีพลังงานสูงจะเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ (Free Radical) ในเซลล์ของจอประสาทตามากเป็น 100 เท่าของคลื่นแสงสีแดงที่มีพลังงานต่ำ

ทั้งนี้ ที่จอประสาทตาจะมีจุดโฟกัส เรียกว่า แมคูลา ลูเตีย (Macula Lutea) ซึ่งมีสารสีเหลือง (Macular Pigment) ที่ประกอบไปด้วย ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ทำหน้าที่เป็นสารต้านออกซิเดชัน เพื่อป้องกันเซลล์รับแสง (Photoreceptor Cells) จากอันตรายของอนุมูลอิสระที่ถูกสร้างขึ้นเนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนสูง (Oxygen Tension) และการถูกแสง นอกจากนี้ ยังพบว่าสารประกอบทั้งสองสามารถกรองแสงสีฟ้าได้ถึง 40% ก่อนที่แสงจะตกถึงแมคูลา จึงสามารถลดสภาวะความเครียดออกซิเดชันของจอประสาทตาได้

รายงานการศึกษาของ Age-Related Eye Disease Study (AREDS2) ระหว่างปี 2006 – 2012 โดยทีมนักวิจัยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health: NIH) หลังได้ทำการทดสอบโดยให้กลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 50 – 85 ปี จำนวน 4,203 คน ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะจอประสาทตาเสื่อม รับประทานวิตามินรวมที่มีส่วนผสมของลูทีนและซีแซนทีนต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี พบว่า สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ (ลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ 26% และโรคต้อกระจก 32% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ทาน)

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาทางคลินิกที่ได้รับการตีพิมพ์ อย่างน้อย 7 ฉบับ ซึ่งพบว่าการได้รับลูทีนและซีแซนทีน ไม่ว่าจะในรูปอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ล้วนมีผลทำให้ระดับลูทีนในเลือดและแมคูลาสูงขึ้น จึงช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ในระยะยาว

คุณประโยชน์ของลูทีน

  1. ปกป้องดวงตาจากรังสี UV / BLUE LIGHT ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม และโรคต้อกระจก
  2. ปกป้องผิวพรรณจากรังสี UV/ BLUE LIGHT ป้องกันริ้วรอย และโรคมะเร็งผิวหนัง
  3. ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ลดปัญหาการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  4. ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง ลดการติดเชื้อ และภาวะความไม่สมดุลของการเกิดอนุมูลอิสระ
  5. บำรุงหัวใจให้แข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระ และลดการติดเชื้อซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจขาดเลือด

ลูทีน (Lutein)

ลูทีน (Lutein) หรือ The Eye Antioxidants เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งในธรรมชาติมีมากถึง 600 ชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิด คือ ลูทีนและซีแซนทีน (Zeaxanthin) เท่านั้น ที่พบได้ในบริเวณเนื้อเยื่อตา และพบมากที่สุดบริเวณจุดศูนย์กลางของจอประสาทตา โดยมีหน้าที่ดูแลและปกป้องดวงตาจากรังสีต่าง ๆ ที่เป็นอันตราย
ทั้งนี้ ลูทีนจะประกอบอยู่ในอาหารหลากชนิด โดยเฉพาะในผักใบเขียว อย่างผักโขม คะน้า ปวยเล้ง และผักผลไม้ที่มีสีส้มและเหลือง เช่น ข้าวโพด แครอท ส้ม รวมถึงในไข่แดง และเก๋ากี้

บิลเบอร์รี (Bilberry Extract)

บิลเบอร์รีเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับบลูเบอร์รี จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า บลูเบอร์รียุโรป (European Blueberry) มีคุณสมบัติทางยาโดยเฉพาะต่อดวงตา ระบบหัวใจ และหลอดเลือด เนื่องจากประกอบไปด้วยสารแอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) จำนวนมาก ซึ่งนับเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่จะช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ เสริมสร้างหลอดเลือด และผนังหลอดเลือดฝอย รวมทั้งยังช่วยในการไหลเวียนของเลือด ป้องกันต้อกระจก ภาวะตาบอดกลางคืน และโรคทางตาอื่น ๆ ได้

บิลเบอร์รีนับเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงใด จึงได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้เพื่อการรักษาสุขภาพในปัจจุบัน โดยเหมาะกับทั้งผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการถนอมดวงตาให้สดใส นอกจากนี้ บิลเบอร์รียังช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ต่อต้านการอักเสบ และต้านการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย

ผลไม้ตระกูลเบอร์รีรวม (Mixed Berries Extract)

ประกอบด้วยแครนเบอร์รี บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี รวมไปถึงบิลเบอร์รี ซึ่งเป็นแหล่งของสารอาหารที่ช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ขจัดสารพิษตกค้างบริเวณหลอดเลือด รวมทั้งช่วยบำรุงสายตา และเสริมระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เก๋ากี้ (Goji Berry / Wolfberry Extract)

มีกรดอะมิโน 18 ชนิดและแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสริมการทำงานของ Anti-body ช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ ชะลอความชรา ทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดลงได้อีกด้วย

 ไลโคปีน (Lycopene )

เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ สกัดจากผิวมะเขือเทศในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) โดยมีส่วนสำคัญช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง อย่างมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านม ทั้งยังมีส่วนช่วยบำรุงสายตา และลดความเสื่อมของเซลล์ลูกตาได้

ผงแครนเบอร์รี่สกัด (Cranberry Extract)

อุดมด้วยลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งจะช่วยชะลอความเสื่อม และปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย รวมถึงช่วยกรองแสงสีฟ้า และลดการเกิดโรคจอประสาตาเสื่อมและต้อกระจกลง

สารสกัดจากเปลือกสน (Pine Bark Extract)

มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระได้สูง (Super Anti-oxidation) จึงช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรณ และอวัยวะต่าง ๆ รวมไปถึงดวงตาและจอประสาทตา

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่ช่วยปกป้องดวงตาจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น รวมทั้งช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและเต่งตึง นอกจากนี้ยังมีสาร Potent Antioxidants ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

วิตามินอี (Vitamin E)

มีบทบาทสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชัน ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ทั้งยังเป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด และลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ

วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex)

มีความจำเป็นต่อเส้นประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้วิตามินบีหลายชนิดทำงานร่วมกัน จึงเหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพทั้งทางร่างกาย ดวงตาและสมอง

วิตามินเอ (Vitamin A)

มีหน้าที่ช่วยในการมองเห็น การเจริญเติบโตของกระดูก การแบ่งตัวของเซลล์ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ซ่อมแซมผิวของตาและหลอดลมทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายยากขึ้น และยังกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวโดยเฉพาะ Lymphocyte ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง

ขนาดบรรจุ

30 เม็ด เม็ดละ 1,000 มิลลิกรัม

วิธีรับประทาน

วันละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า หรือก่อนนอน ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

ข้อควรระวัง

เด็ก สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

 

VITALUTEIN

1 กล่อง บรรจุ 30 เม็ด

1,590 บาทสั่งซื้อ

VITALUTEIN

2 กล่อง บรรจุ 60 เม็ด

2,690 บาทสั่งซื้อ

VITALUTEIN

3 แถม 1 กล่อง บรรจุ 120 เม็ด

4,790 บาทสั่งซื้อ