BR COMPLEX

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสมอง
“เสริมความจำ ลดภาวะสมองล้า”

FOCUS/MOOD/MEMORY
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสมองสูตรเฉพาะ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทและสมอง เสริมความจำ ลดความเครียด และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น จากส่วนประกอบของวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งผ่านการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกแล้วว่ามีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง

ภาวะสมองล้า คืออะไร

ภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) คือ ภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัวจากการที่สมองถูกใช้งานอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน หรือเรียกว่า ”อาการหมดไฟ” ซึ่งอาจเกิดจากความเร่งรีบที่จะทำงานให้เสร็จ การพักผ่อนน้อย หรือการทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ทำให้สารสื่อประสาทในสมองซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลสัญญาณไฟฟ้าระหว่างเซลล์ของระบบประสาทเสียสมดุล ประสิทธิภาพการทำงานของสมองจึงแย่ลง และมีอาการหลายอย่างแสดงออกมา อาทิเช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะเรื้อรัง จัดการหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ไม่ดีเหมือนก่อน รวมไปถึงอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และที่สำคัญก็คือทำให้เกิดอาการขี้หลงขี้ลืม ความจำระยะสั้นแย่ลง สมาธิไม่ดี ความคิดสร้างสรรที่เคยมีก็หายไป จึงมีการเปรียบเทียบกลุ่มอาการนี้ว่าเหมือนมีหมอกลงในสมองจนทำให้ไม่สดใส อันเป็นที่มาของคำว่า Brain Fog Syndrome ซึ่งหากเกิดบ่อยครั้งเข้าก็จะกลายเป็นสาเหตุของโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคกะเพาะอาหาร โรคเบาหวาน ประจำเดือนมาไม่ปกติ และโรคอ้วน เป็นต้น

สาเหตุของภาวะสมองล้า

  1. ภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะกรดอะมิโน วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ โดยผู้ที่ทำงานประจำในเมืองใหญ่มักอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากวิถีชีวิตที่รีบเร่ง และขาดการดูแลด้านโภชนาการที่ดี
  2. สารพิษต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน เช่น มลภาวะ โลหะหนัก สารเคมี และยาฆ่าแมลงที่อาจปนเปื้อนอยู่ทั้งในอากาศ น้ำ และอาหาร
  3. ความเครียดเรื้อรัง มีผลต่อฮอร์โมนต่อมหมวกไตซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้หลอดเลือดหดตัว การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง เราจึงมักจะรู้สึกหัวตื้อ ๆ มึนงง และความจำก็แย่ลงนั่นเอง
  4. การใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต นานเกินไป เพราะคลื่นแม่เหล็กจากเครื่องมือสื่อสารเหล่านี้ล้วนมีผลรบกวนการหลั่งสารสื่อประสาทในสมองทั้งสิ้น
  5. การนอนดึก และขาดการออกกำลังกาย
  6. การทานยาเป็นประจำ โดยเฉพาะยาลดน้ำมูก และยาแก้แพ้ต่าง ๆ

โภชนาการกับการดูแลสมอง

ในทางการแพทย์อาจไม่มียาตัวใดที่ใช้รักษาอาการนี้ให้หายขาด แต่เราสามารถป้องกันและบำรุงสมองได้โดยการดูแลด้านโภชนาการ ทั้งโภชนาการหลักและโภชนาการเสริม ให้ร่างกายได้รับคุณค่าจากสารอาหารอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน วิตามิน เกลือแร่ รวมไปถึงการใช้สารพฤกษเคมีหรือสารอาหารอื่น ๆ เข้ามาช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาท บำรุง และเพิ่มพลังให้สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งการดูแลด้านโภชนาการนั้นควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อความสมบูรณ์ของทั้งสมองและจิตใจนั่นเอง

หลักการเลือกรับประทานอาหารเพื่อการดูแลสมอง

  • รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อลดปัญหาอนุมูลอิสระทำลายสมอง
  • รับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่สมอง
  • รับประทานอาหารที่สะอาด ไม่ปนเปื้อนสารโลหะหนัก หรือสารเคมีต่าง ๆ

สมองต้องการสารอาหารทั้ง 5 หมู่เพื่อส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ เราจึงควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายในปริมาณที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

คาร์โบไฮเดรต ในรูปของน้ำตาลกลูโคส ถือเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของสมอง โดยควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตชนิดดีที่ไม่ขัดสี และไม่ทานมากจนเกินไป เพราะแป้งและน้ำตาลจะส่งผลทำให้สมองเฉื่อยได้

โปรตีน ทำหน้าที่เป็นสารสื่อระหว่างเซลล์กับเซลล์ โดยเราควรเลือกรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดไม่ติดมัน และปลาน้ำลึก ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์ควรทานอย่างน้อย 2-3 ครั้ง เพราะมีสารโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้ก็ควรเลือกทานปลาหลากชนิดสลับหมุนเวียนกันไป ไม่ทานเพียงชนิดเดียว เพื่อป้องกันสารพิษตกค้างที่อาจอยู่ในเนื้อปลาได้

ไขมัน กรดไขมันที่มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์สมอง เยื่อหุ้มประสาทสมอง และมีบทบาทในการทำงานของร่างกาย ได้แก่ กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรารู้จักกันดีในชื่อโอเมก้า 3, 6 และ 9 ซึ่งจะมีอยู่ในอาหารบางชนิด เช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันรำข้าว ขณะเดียวกันก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์ กะทิ น้ำมันมะพร้าว ไขมันทรานส์ เพราะไขมันเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อสมอง โดยเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอัลไซเมอร์ถึง 2 เท่า และยังส่งผลร้ายกับหัวใจอีกด้วย

โอเมก้า-3 ในน้ำมันจากปลา (Omega-3 Fatty Acid)

กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบมากในปลาทะเลน้ำลึกอย่างปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาทูน่า มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการทำงานของสมองและระบบประสาทซึ่งมีผลกับพัฒนาการและการเรียนรู้ ดังนั้น การรับประทานโอเมก้า-3 ตั้งแต่ในวัยเด็ก จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้

สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba Extract)

ประกอบด้วยสารสกัดสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ต่อต้านไม่ให้เกล็ดเลือดจับตัวกันเป็นก้อน และที่สำคัญคือช่วยป้องกันการเกิดภาวะอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ส่วนอีกสองกลุ่ม คือน้ำมันจากใบแปะก๊วย ได้แก่ จิงโกไลด์ (Ginkgolides) และบิโลบาไลด์ (Bilobalide) มีบทบาทช่วยให้สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพทั้งในด้านการเรียนรู้และความจำ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยในสหรัฐอเมริกาเคยมีการทดลองให้กลุ่มผู้ป่วยอัลไซเมอร์ทานใบแปะก๊วย แล้วพบว่าผู้ป่วยมีความจำและสมาธิที่ดีขึ้น

แกมมา ออไรซานอล (Gamma Oryzanol)

สารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง พบมากในข้าว โดยมีส่วนประกอบของสารกาบา (GABA) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทสําคัญเป็นสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ในระบบประสาทส่วนกลาง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลในสมอง ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับสบาย

แอล-ธีอะนีน (L-Theanine)

กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ช่วยเพิ่มสารซีโรโทนิน (Serotonin) โดพามีน (Dopamine) และกาบา (GABA) ซึ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น

อิโนซิทอล (Inositol)

สารต้นตอที่เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท มีฤทธิ์ช่วยบำรุงสมองและเซลล์ประสาท โดยในระหว่างที่เรานอนหลับ อิโนซิทอลจะช่วยให้ร่างกายนำไขมันและโคเลสเตอรอลมาใช้ จึงทำให้หลับสบายขึ้นด้วย

สารสกัดจากโสม (Ginseng Extract)

ประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ช่วยต้านความเครียด ฟื้นฟู และเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยชะลอวัยได้

แอล-คานิทีน (L-Carnitine)

มีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์สมองและเส้นประสาท ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงรักษาระบบการไหลเวียนโลหิตด้วย

วิตามินอี (Vitamin E)

มีบทบาทสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชัน ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ทั้งยังเป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด และลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ

วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex)

มีความจำเป็นต่อเส้นประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้วิตามินบีหลายชนิดทำงานร่วมกัน จึงเหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพทั้งทางร่างกาย ดวงตาและสมอง

ขนาดบรรจุ

30 เม็ด เม็ดละ 1,000 มิลลิกรัม

วิธีรับประทาน

วันละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า หรือก่อนนอน ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

ข้อควรระวัง

  • เด็ก และสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
  • ควรระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเล หรือน้ำมันปลา
  • อาจมีผลทำให้เลือดแข็งตัวช้า
  • ผลิตภัณฑ์นี้ให้กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 ได้แก่ อีพีเอ และดีเอชเอ

 

 

1 กล่อง บรรจุ 30 เม็ด

1,590 บาทสั่งซื้อ

2 กล่อง บรรจุ 60 เม็ด

2,690 บาทสั่งซื้อ

3 แถม 1 กล่อง บรรจุ 120 เม็ด

4,790 บาทสั่งซื้อ