อ้วนหรือเปล่า? วิธีเช็คง่ายๆก่อนสายเกินแก้

วิธีวัดความอ้วน อ้วนหรือไม่ มีวิธีการวัดอย่างไร

อ้วนแล้วหรือยัง? คำถามสั้นๆเกี่ยวกับร่างกายตัวเองที่ใครหลายคนไม่กล้าถาม ความอ้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายและต้องใช้ความพยายามมากในการจะกำจัดไปให้ได้ หลายคนยังคงสับสนว่ารูปร่างแบบตัวเองนี่ถือว่าอ้วนแล้วหรือเปล่า ซึ่งความจริงอาจจะยังไม่อ้วน หรือบางคนอาจจะอ้วนจนถึงเวลาสมควรที่จะต้องลดได้แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของความอ้วนกันว่าความอ้วนคืออะไร วิธีดูว่าตัวเองอ้วนหรือไม่ และวิธีเช็คความอ้วนก่อนสายเกินแก้

ความอ้วนคืออะไร ทำไมใครๆก็กลัวอ้วน

ความอ้วนคือภาวะที่ร่างกายสะสมไขมันไว้ใต้ชั้นผิวหนังมากเกินความจำเป็นหรือมากผิดปกติ ความอ้วนสามารถส่งผลต่อสุขภาพได้หลายอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง นอนกรน หายใจติดขัด ฯลฯ ซึ่งความอ้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น

1. กรรมพันธุ์

จากการศึกษาพบว่าความอ้วนของพ่อแม่มีผลถึงร้อยละ 80 ต่อความอ้วนของลูก 

2. อายุและเพศ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในคนอายุมากมีโอกาสที่จะอ้วนขึ้นมากกว่าคนที่อายุน้อย เนื่องจากระบบต่างๆในร่างกายทำงานช้าลงและเริ่มไม่มีประสิทธิภาพ และยิ่งในเพศหญิงยิ่งมีโอกาสอ้วนได้ง่ายกว่าผู้ชาย

3. ไลฟ์สไตล์

ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกินแป้งกับน้ำตาลเป็นจำนวนมากหรือไลฟ์สไตล์แบบนั่งๆ นอนๆ ไม่ยอมออกกำลังกายก็สามารถทำให้เราอ้วนขึ้นได้ทั้งนั้น

4. ต่อมไร้ท่อ

ในบางคนนั้นมีภาวะอ้วนเพราะการทำงานของต่อมไร้ท่อผิดปกติ คนที่อ้วนด้วยสาเหตุนี้ต้องได้รับการรักษาที่ต้นเหตุ

5. โรคและการรักษา

บางโรคและการรักษาอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้อ้วนขึ้นได้ เช่นการใช้ยาคลายเครียดในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า หรือการกินยาคุมกำเนิด เป็นต้น

สรุป: ความอ้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน

จะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มอ้วนแล้วหรือยัง ?

การจะดูว่าตัวเองเข้าขั้นอ้วนหรือไม่สามารถวัดผล หรือดูได้จากการวิธีเหล่านี้

1. วัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ค่าดัชนีมวลกายหรือค่า BMI คือค่าวัดความสมดุลของน้ำหนักตัวและส่วนสูงของคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งค่า BMI นี้สามารถบอกได้ว่าเรามีน้ำหนักมากเกินไปหรือไม่ แต่ไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างไขมันส่วนเกิน กล้ามเนื้อ หรือมวลกระดูก หรือบอกว่าในร่างกายเรามีไขมันมากเกินไปหรือเปล่า วิธีหาค่า BMI นี้เป็นที่นิยมกันมาก โดยมีสูตรวิธีคิดคือเอาค่าน้ำหนัก(กิโลกรัม)มาหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสองของเรา(เมตร) จะได้ค่าดัชนีมวลกายออกมา ซึ่งหากผลที่ได้อยู่ระหว่าง 18.5-24.9 ถือว่าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ หากน้อยกว่า 18.5 ถือว่าน้ำหนักน้อยและหากมากกว่า 25 จะถือว่าน้ำหนักมาก มีความเสี่ยงจากโรคที่มากับความอ้วน

2. วัดรอบเอว

ในบางที่ก็ใช้วิธีการวัดรอบเอวหรือวัดผ่านสะดือ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเรามีไขมันสะสมที่หน้าท้องมากแค่ไหน โดยในเพศชายรอบเอวไม่ควรเกิน 90 cm.หรือ 36 นิ้ว และในเพศหญิงไม่ควรเกิน 80 cm. หรือ 32 นิ้ว หากมากเกินกว่านี้ก็แปลว่ามีแนวโน้มที่จะอ้วนนั่นเอง

สรุป: วิธีการดูว่าตัวเองอ้วนหรือเปล่าสามารถทำได้ด้วยการหาค่าดัชนีมวลกาย(BMI) หรือใช้วิธีวัดความหนารอบเอว

 

ความอ้วน เป็นสาเหตุที่จะสามารถนำพาไปสู่โอกาสการเกิดโรคต่างๆทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เรามาศึกษากันดีกว่าว่าความอ้วนทำให้เราเสี่ยงอย่างไรบ้าง

1. ไม่มั่นใจในตัวเอง
2. อ่อนเพลียง่าย
3. ความดันโลหิตสูง
4. เบาหวานชนิดที่ 2
5. หลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน
6. หลอดเลือดสมอง
7. ข้อเสื่อม
8. มะเร็งบางชนิด
9. หยุดหายใจขณะหลับหรือมีปัญหาทางเดินหายใจ

จะเห็นได้ว่าความอ้วนส่งผลเสียต่อตัวเอง ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงระดับส่งขั้นถึงชีวิต ผลกระทบจากความอ้วนบางข้อก็ใช้เวลาในการเกิดนาน และเมื่อเป็นก็รักษาได้ยาก ดังนั้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพในวันหน้ากันเถอะ

สรุป: ความอ้วนส่งผลกระทบต่อตัวเราทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวจนอาจถึงแก่ชีวิตได้เลย

อ้วนแล้วทำยังไงดี?

เมื่อเรารู้ตัวว่าอ้วนขึ้นแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำคือควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ด้วยวิธีการต่อไปนี้
– อย่าอดอาหาร
– เน้นโปรตีนและไฟเบอร์
– อ่านฉลากก่อนซื้อของกิน
– ลดแอลกอฮอล์
– ลดคาร์โบไฮเดรต
– เลี่ยงของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
– นอนหลับให้เพียงพอ
– ดูแลสุขภาพจิต
– หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์

นี่เป็นเพียงวิธีเบื้องต้นในการควบคุมน้ำหนัก หากใครที่รู้สึกว่ายากเกินไปอาจจะหาตัวช่วยเป็นอาหารเสริมควบคุมน้ำหนักดีๆซักตัวก็ได้ อย่างเช่นอาหารเสริม 3C COMPLEX ที่ช่วยบล็อกแป้งที่จะกลายเป็นน้ำตาล ลดการดูดซึมไขมันในลำไส้ และช่วยให้อิ่มนาน อยู่ท้อง ได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่ามีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ปลอดภัย ไม่ทำให้โยโย่

สรุป: การควบคุมน้ำหนักสามารถทำได้ด้วยการคุมอาหารเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและอาจจะใช้อาหารเสริมเป็นตัวช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

อาหารเสริม 3C COMPLEX

ช่วยควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัย

มีสารสำคัญ LeptiCore® (สิทธิบัตรอเมริกา) ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเลปติน ทำให้ลดกินหวาน ลดกินจุบจิบ อิ่มไว เผาผลาญดี

สารพัดเคล็ดลับหุ่นดีที่จะไม่ทำคุณให้โยโย่

ในบางท่านที่กำลังลดน้ำหนัก กันอยู่คงเคยประสบปัญหากับภาวะโยโย่กันมาบ้าง การจะลดน้ำหนักไม่โยโย่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจหลักการที่ถูกต้อง และการลงมือปฏิบัติที่สม่ำเสมอ…

วิธีลดความอ้วนด้วยตัวเอง แสนง่าย ไม่ง้อยา

เสียตั้งแต่ตอนนี้เพื่ออนาคตที่สดใสของเรา วันนี้ THE VITAMIN LAB จะขอพาทุกท่านได้รู้จักกับทริคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นแนวทางวิธีลดความอ้วนง่ายๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องง้อยา…

แจกวิธีลดน้ำหนัก “ง่าย” แต่ “ได้ผล”

เบื่อหรือยังกับวิธีลดน้ำหนักแบบเดิมๆที่มีแค่การคุมอาหารกับการออกกำลังกายแค่นั้น วันนี้ THE VITAMIN LAB จะพามารู้จักกับกิจกรรมธรรมดาๆ ที่เป็นการลดน้ำหนักง่ายๆ ทำได้จริง ช่วยเบิร์นแคลลอรี่แถมสนุกด้วย…