ลดน้ำหนักด้วยวิธี IF แสนง่าย กับ 28 วันแห่งการกักตัว

   จากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้หลายคน มีโอกาสที่จะอยู่บ้านกันมากขึ้น ทั้งการกักตัว ถูกบริษัทลดวัน – เวลาการทำงาน หรือแม้แต่ Work From Home (WFH) ก็ตาม

   และเนื่องด้วยการอยู่บ้านนั้น ถือเป็นโอกาสสุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้ หนุ่มๆ หรือสาวๆ มีโอกาส “น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น” โดยชนิดที่ไม่รู้ตัว ด้วยสภาพที่เอื้อต่อการ ที่จะทำให้กลายเป็น “หมู” จากองค์ประกอบหลายๆ อย่าง

แต่!!! “ในวิกฤตยังมีโอกาส” เราจึงถือโอกาสนี้ ที่จะผอมไปด้วยกันกับทุกๆ ท่านด้วยวิธีควบคุมน้ำหนักอย่างไรให้ได้ผล ดังนั้น THE VITAMIN LAB  เราจะมาแนะนำวิธีลดน้ำหนัก ที่เรียกได้ว่ายอดฮิต และเป็นที่นิยมที่สุด โดยได้รับการยืนยันจากแพทย์แล้วว่า “ได้ผลในการลดน้ำหนัก” ได้จริง นั่นก็คือวิธี IF (Intermittent Fasting)  ดังนั้น เนื่องด้วยสถานการณ์แบบนี้ เราจึงเชิญชวนหนุ่มสาว มาลดน้ำหนักด้วยวิธี IF ภายใน 28 วันแห่งการกักตัว กันดีกว่า

ทำความรู้จักกับ วิธีลดน้ำหนักแบบ IF คืออะไร

Intermittent Fasting หรือที่เรามักคุ้นในแบบชื่อย่อว่า IF นั้น ขยายความแบบสั้นๆ ได้ใจความก็คือ “การกินแบบจำกัดช่วงเวลา” บ้างก็เรียกว่า “การงดกินบางช่วงเวลา” โดยปัจจุบันนั้น มีผลการวิจัยทางการแพทย์สนับสนุนออกมาแล้ว่า สามารถเห็นผล และลดน้ำหนักได้จริง

เข้าเรื่องกันเลย!!! มาเจาะลึกเรื่องราวของ IF กันดีกว่า

สำหรับวิธีลดน้ำหนักแบบวิธี IF จะแบ่งเวลาการกินออกเป็น 2 ช่วง นั่นคือ

  1. ช่วงอด (Fasting)
  2. ช่วงกิน (Feeding)

โดยหลักการของวิธีการ IF นั้นก็คือ การยกระดับการเผาผลาญไขมันให้กับร่างกาย ตัดปัญหาการสะสมไขมันในร่างกาย การอดอาหารในระยะสั้นสลับกันไป จะสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญที่ดีขึ้น มากขึ้น ช่วยลดไขมันไม่ดีที่สะสมตามร่างกาย ต่างๆ เช่น รอบเอว ต้นขา ฯลฯ โดยไม่ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงเหมือนการอดอาหารทั่วไป

หลักทำงานของ IF

เพราะชีวิตคือความสมดุล ซึ่งต่างประกอบด้วยสิ่งที่ดีและไม่ดี มีหยินก็ต้องมีหยาง ควบคู่กันไป ดังนั้น หลักกระบวนการของการ IF ดังที่กล่าวมาแล้ว ประกอบด้วยสองสิ่ง นั่นก็คือ การกิน และ การอด

หรือกล่าวคือ “การอด” คือกระบวนการอันแสนง่าย ที่จะสามารถพลิกกลับกระบวนการของ “การกิน” นั่นเอง

เมื่อเราทานอาหาร พลังงานมากมายจากอาหารจะถูกนำไปเก็บสะสม มากกว่าการนำพลังงานนั้น ออกมาใช้โดยทันที โดยพลังงานจะถูกเก็บสะสมไว้ เพื่อรอการนำมาใช้ในภายหลัง ซึ่ง เจ้าฮอร์โมนที่ชื่อว่า “อินซูลิน” คือฮอร์โมนตัวสำคัญในการเก็บสะสมพลังงานนี้

ส่วนกระบวนการอดอาหาร หรือ Fasting คือ การกลับด้าน Process ของการกินนั่นเอง โดยการอดอาหาร จะทำให้ฮอร์โมนอินซูลินลดลง เมื่อไม่มีอาหาร ทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญสารอาหารที่เคยเก็บสะสมไว้ ระดับน้ำตาลในเลือดก็ลดลง ทำให้เกิดกระบวนการดึงกลูโคสออกจากที่เก็บสะสม เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการเผาผลาญพลังงานในที่สุด นั่นเอง

เทคนิคทำ IF อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ

การลดน้ำหนักด้วยวิธี IF นั้น ควรหมั่นทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน (Lifestyle) ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกิจกรรมในชีวิต และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน (Consistency) รวมถึง ในช่วง Feeding นั้น จะต้องรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ (Healthy Diet) นั่นเอง

สุดยอดตัวช่วย
ให้การทำ IF ง่ายขึ้น ได้ผลไวขึ้น

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก 3C COMPLEX นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ค้นคว้าโดยแพทย์ คลินิกชั้นนำต่างยอมรับ

ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติมากกว่า 8 ชนิด ที่จะช่วยให้คุณอิ่มไวขึ้น อิ่มยาวนานมากขึ้น เลิกทานจุบจิบ ช่วยคุมอาหารได้ง่ายขึ้น และด้วยสารสกัด Lepticore จะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนความอิ่ม ฟื้นคืนสมดุลการเผาผลาญ บล็อคแป้ง และดักจับไขมัน โดยไม่อันตราย เพราะส่วนผสมทั้งหมดมาจากธรรมชาติ ได้รับการรองรับจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ท้าให้คุณลอง ตัวช่วยอิ่มไวขึ้นมากกว่า 5 เท่า หุ่นดี สุขภาพดี ภายใน 8 สัปดาห์ โดยไม่โยโย่

ประโยชน์ของการลดน้ำหนักแบบ IF มีอะไรบ้าง

การลดน้ำหนักแบบ IF นอกจากช่วยในการลดน้ำหนักแล้วนั้น ยังช่วยในเรื่องของ การลดน้ำตาล ลดไขมันในเลือด ลดการอักเสบต่างๆ ของร่างกาย ลดความดัน ลดความเสี่ยงทางด้านโรคหัวใจ เบาหวาน โรคมะเร็ง และยังมีด้านอื่น ๆ อีกมากมาย

1. ช่วยเปลี่ยนกระบวนการทำงานของเซลล์ ยีนส์ และฮอร์โมน

แน่นอน เมื่อคุณไม่รับประทานอะไรเลยในช่วงอด ในระยะเวลาหนึ่ง สิ่งนี้ย่อมส่งผลต่อร่างกาย อาทิเช่น การลดระดับของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้เกิดการเผาผลาญได้ดีขึ้น หรือ โกรทฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเผาผลาญพลังงานเป็นไปอย่างดีเยี่ยมนั่นเอง แถมยังทำให้เซลล์มีการซ่อมแซมตัวเอง ช่วยให้ร่างกายอักเสบน้อยลงด้วย

2. ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน ช่วยลดไขมันหน้าท้อง และส่วนต่างๆ

การอดอาหาร จะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญพลังงาน เพิ่มขึ้นมากถึง 3.6-14% เลยทีเดียว

3. ช่วยลดอาการดื้อของฮอร์โมนอินซูลิน และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคที่คนไทยมีอัตราการเป็นโรคนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำ IF จะช่วยลดอาการดื้อของฮอาร์โมนอินซูลิน ทำให้ลดความเสี่ยงโดยตรงในการเป็นโรคเบาหวาน

4. ช่วยลดอาการอักเสบตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า เมื่อร่างกายอดอาหาร โกรทฮอร์โมนมีปริมาณสูงขึ้น จะทำให้เซลล์มีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ทำให้ช่วยลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

5. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้

ปัจจุบันโรคหัวใจถือเป็นโรคที่รุนแรง และคร่าชีวิตผู้คนมากมายในโลก โดยการทำ IF จะช่วยให้ระดับความดันโลหิต ระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดอยู่ในระดับปกติ

6. ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ

การอดอาหารจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการเผาผลาญที่เรียกว่า autophagy โดยจะเป็นการกำจัดของเสียออกจากเซลล์

7. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

มะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัว โดยสาเหตุเกิดจากการเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์โดยไม่สามารถควบคุมได้  การอดอาหาร ทำให้เกิดผลดีต่อการเผาผลาญที่อาจนำไปสู่การลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้

8. ส่งผลดีต่อสมอง

อะไรก็ตามที่ส่งผลดีต่อร่างกาย ย่อมส่งผลดีต่อสมองด้วยเช่นกัน การอดอาหารมีประโยชน์ที่สำคัญต่อสุขภาพสมอง โดยอาจเพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทใหม่ และปกป้องสมองจากความเสียหายได้

9. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

จากการศึกษาและทดลองในสัตว์ ให้ผลที่ได้ว่าการอดอาหารช่วยป้องกันโรคประสาทเสื่อมเช่นโรคอัลไซเมอร์ได้

10. ช่วยให้มีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นได้

จากผลการทดลองในหนู ให้ผลการทดลองว่าสามารถช่วยให้หนูมีอายุที่ยืนยาวขึ้น หลังจากการทำการทดลองจำกัดแคลอรี่อย่างต่อเนื่อง

การลดน้ำหนักแบบ IF แบ่งออกเป็นกี่วิธี อะไรบ้าง

ปัจจุบันมีวิธีต่างๆ มากมาย โดยที่นิยมมีอยู่ 6 วิธีนั่นก็คือ

1. Lean Gains

ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดาทุกวิธีของ IF โดยหลักการง่ายๆ ของวิธีนี้คือ 16:8 (อดอาหาร 16 ชั่วโมง ทาน 8 ชั่วโมง) โดยสาวๆ อาจเริ่มด้วยการ อด 14 ชั่วโมง ทาน 10 ชั่วโมง ก่อน เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว และเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อร่างกายเกิดความเคยชิน ก็ค่อยๆ เพิ่มจนสามารถอดอาหารได้ถึง 16 ชั่วโมง

2. Fast 5

เป็นวิธีที่ยากขึ้นมาอีกหน่อย คือการกิน 5 ชั่วโมง และอดยาวนานถึง 19 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง ต่อวัน

3. Eat Stop Eat

วิธีน้ำจะทำการอดอาหาร 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ โดยในวันที่อดอาหารนั้นสามารถทานอาหารเบาๆ ตามแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการ สำหรับวิธีนี้ค่อนข้างยากและหากปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือ การควบคุมอารมณ์ไม่ดีนั้น จะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด และส่งผลเสียต่อร่างกายได้

คุณกำลังกังวล เกี่ยวกับปัญหาน้ำหนักตัว อยู่หรือเปล่า?
แชทปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญของเราได้ ฟรี !!!

4. 5:2

วิธีนี้จะเป็นการกินแบบปกติ 5 วัน และ กินแบบ Fasting 2 วัน โดยวิธีเลือกวันสามารถเลือกอดติดกัน หรือ กินแบบ Fasting เว้นระยะห่างกันก็ได้ ส่วนวิธีการอดนั้น จะไม่ใช่อดแบบไม่ทานอะไรเลย แต่เป็นการทานให้น้อยลงนั่นเอง

5. Warrior Diet

ชื่อก็บอกแล้วว่าแบบ Warrior เพราะวิธีนี้จะเป็นการอด 20 ชั่วโมง และ กิน เพียง 4 ชั่วโมง และกินมื้อใหญ่เพียงมื้อเดียว โดยจะเน้นโปรตีนและผักสดเป็นหลัก ส่วนในขั้นตอนการอดสามารถดื่มหรือกินอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำๆ ได้บ้าง

6. ADF (Alternate Day Fasting)

วิธีที่โหดและหนักที่สุด เพราะคือการอดและกิน แบบวันเว้นวัน โดยในวันที่อดสามารถรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่เบาๆ ได้

ทริค มีผลการวิจัยออกมาว่า การรับประทานอาหารที่มี แคลอรี่ต่ำๆ จะสามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่า การอดอาหารโดยไม่ทานอะไรเลย

ทานอาหาร (Feeding) อย่างไรให้ผอมเร็ว ควบคู่ไปกับวิธี IF

สำหรับการเลือกรับประทานอาหารในช่วง Feeding นั้น อย่างที่เคยบอกแล้วว่า ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้น

อาหารที่แนะนำ จึงควรเป็นอาหารประเภท LCHF (Low Carb High Fat) โดยอาหารประเภทนี้จะเป็นอาหารที่ Low Carbohydrate ลดแป้ง น้ำตาล และเป็นอาหารที่  High Fat คือ เป็นอาหารที่มีไขมันดีจากธรรมชาติ นั่นก็คือ น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่ว งา เป็นต้น

อดอาหาร (Fasting) ให้มีประสิทธิภาพด้วยวิธี eTRF

การ Fasting ให้ได้ผลดีนั้น ไม่ควรฝืนร่างกาย หรือ ธรรมชาติของวิถีชีวิตจนมากเกินไป ควรดำเนินให้เป็นไปตามนาฬิกาชีวิต circadian rhythm fasting กล่าวคือ พยายามกินในช่วงเวลาที่เราตื่น (Day Time) และงดกินในช่วงเย็น ช่วง (Night time) โดยเรียกวิธีการนี้ว่า “Early time-restricted feeding : eTRF” นั่นเอง

eTRF คือการกินมื้อเช้าให้เร็วขึ้นหน่อย ส่วนใหญ่ที่เห็นผลได้ชัดคือ จำกัดเวลาการกินที่ 8 ชั่วโมง และ อด 16 ชั่วโมง

  • ช่วงกิน (Feeding Window)

เริ่มกินตั้งแต่เวลา 7.00-8.00 น. แต่ไม่ควรเกิน 15.00 น. (8 ชั่วโมง)

  • ช่วงอด (Fasting Window)

หลัง 15.00 น. จนถึง 7.00 น. ของวันรุ่งขึ้น (16-17 ชั่วโมง)

ข้อแนะนำที่ควรปฏิบัติในช่วงการลดน้ำหนักแบบ IF

1. หลีกเลี่ยงน้ำตาลหรือสารสังเคราะห์อื่นๆ และควรทดแทนด้วยการรับประทาน ผัก ผลไม้ ถั่ว ลีนโปรตีน อาหารที่ช่วยไดเอทในปริมาณต่างๆ

2. ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ไม่ควรทานขนมขบเคี้ยว หรือของหวาน กินจุบกินจิบ ในขณะการออกกำลังกาย หรือสร้างกล้ามเนื้อ

3. ปฏิบัติตามวิธีการของ IF แบบธรรมดาและเรียบง่าย ไม่ฝืนร่างกาย หรือทรมานจนเกินไป ส่วนเวลากินหรือ Feeding นั้นควรทำในตอนเช้า มากกว่าการกินก่อนนอน

4. หลีกเลี่ยงการกินขนมหรือกินจุบกินจิบในตอนกลางคืน หรือในตลอดระยะเวลา Fasting

5. ไม่ควรดื่มน้ำน้อยเกินไป ควรดื่มน้ำให้พอเหมาะ แนะนำควรดื่มน้ำแร่ เนื่องจาก ในระหว่างการ Fasting อาจทำให้ระดับแร่บางตัวในเลือดลดต่ำ ในบางรายอาจทำให้เกิดอาการเวียนหัวได้

รับคำแนะนำ แนวทาง การทำ IF ที่ถูกต้อง จากผู้เชี่ยวชาญของเรา
จากประสบการณ์โดยตรง ยาวนานกว่า 10 ปี

6. จัดการกับความเครียด เพราะความเครียดจะส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนหลายชนิดในร่างกายให้ทำงานผิดเพี้ยนไปจากปกติ เช่น ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต ไทรอยด์ อินซูลิน หรือ โกรทฮอร์โมน

7. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะอาการนอนไม่หลับ นอนดึก นอนน้อย จะส่งผลกระทบโดยตรงทำให้เกิดการดื้อของฮอร์โมนอินซูลินนั่นเอง

ข้อควรระวัง ใครบ้างที่ไม่ควรทำ IF

  • ผู้ที่มีความผิดปกติ หรือผู้ที่ขาดสารอาหาร เป็นทุนเดิม
  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

เป็นอย่างไรกันบ่างเอ่ย สำหรับวิธีการลดน้ำหนักแบบ IF คงทำให้หนุ่มๆ สาวๆ พอเข้าใจหลักการ และสามารถนำไปปรับใช้ หรือ ปฏิบัติกันได้แล้วนะคะ งั้น จะช้าอยู่ใย เริ่มกันเลยดีกว่า เพราะไหนๆ ก็มีเวลาตั้ง 28 วัน (เป็นอย่างน้อย) กันแล้วนี่นา

THE VITAMIN LAB เชื่อเป็นอย่างแน่แท้ ว่า ใครก็ตามที่สามารถ นำวิธีการลดน้ำหนักแบบ IF นี้ไปปฏิบัติตาม รับรอง!!! จะต้องหมดปัญหา และลดความกังวลใจเกี่ยวกับน้ำหนักตัว ในระหว่างการอยู่บ้านในช่วงวิกฤตการณ์ COVID-19 นี้ อย่างแน่นอน…

และสำหรับท่านใดที่กำลังมองหาตัวช่วยควบคุมน้ำหนักแล้วนั้น THE VITAMIN LAB เรามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับควบคุมน้ำหนัก สุดยอดตัวช่วย ที่จะสามารถลดระยะเวลาเพื่อให้คุณมีหุ่นสวย ควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดี เพราะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ หลายชนิด ที่ถูกค้นคว้าและวิจัยโดยแพทย์ คลินิกชั้นนำต่างยอมรับ ที่สำคัญคือ ไม่มีสารหรือตัวยาลดน้ำหนัก ทำให้ไม่เกิดอันตรายและผลข้างเคียงให้โทษใดๆ แก่ร่างกาย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก 3C COMPLEX ถูกค้นคว้า วิจัย และได้รับการรับรองโดยแพทย์โดยตรง โดย 3C COMPLEX จะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนหิว ให้อยู่ในสภาวะปกติ ยับยั้งอาการหิวบ่อย ต้นตอของอาการอ้วนลงพุง โดยผลการวิจัยสามารถช่วยให้น้ำหนัก ค่อยๆ ลดลง อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใน 8 สัปดาห์ ไม่ลดฮวบฮาบ ทำให้ไม่เกิดอาการโยโย่ ไม่เกิดอันตรายใดๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้ 3C COMPLEX มีความปลอดภัย และแตกต่างจากยาลดความอ้วนทั่วไป

Reference:

[1.] Intermittent Fasting / Doctor Weight Wellness Clinic / Link: https://www.facebook.com/DoctorWeightThailand

[2.] “ลดน้ำหนักแบบ IF คืออะไร” อดตอนไหนให้ไขมันลงเร็ว!! / https://www.wongnai.com/articles/intermittent-fasting?ref=ct

อาหารเสริม 3C COMPLEX

ช่วยควบคุมน้ำหนักตามหลักการแพทย์
อย่างปลอดภัย

มีสารสำคัญ LeptiCore® (สิทธิบัตรอเมริกา) ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเลปติน ทำให้ลดกินหวาน ลดกินจุบจิบ อิ่มไว เผาผลาญดี

สารพัดเคล็ดลับหุ่นดีที่จะไม่ทำคุณให้โยโย่

ในบางท่านที่กำลังลดน้ำหนัก กันอยู่คงเคยประสบปัญหากับภาวะโยโย่กันมาบ้าง การจะลดน้ำหนักไม่โยโย่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจหลักการที่ถูกต้อง และการลงมือปฏิบัติที่สม่ำเสมอ…

วิธีลดความอ้วนด้วยตัวเอง แสนง่าย ไม่ง้อยา

เสียตั้งแต่ตอนนี้เพื่ออนาคตที่สดใสของเรา วันนี้ THE VITAMIN LAB จะขอพาทุกท่านได้รู้จักกับทริคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นแนวทางวิธีลดความอ้วนง่ายๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องง้อยา…

แจกวิธีลดน้ำหนัก “ง่าย” แต่ “ได้ผล”

เบื่อหรือยังกับวิธีลดน้ำหนักแบบเดิมๆที่มีแค่การคุมอาหารกับการออกกำลังกายแค่นั้น วันนี้ THE VITAMIN LAB จะพามารู้จักกับกิจกรรมธรรมดาๆ ที่เป็นการลดน้ำหนักง่ายๆ ทำได้จริง ช่วยเบิร์นแคลลอรี่แถมสนุกด้วย…