แสงสีฟ้ากับดวงตา ในยุคดิจิทัล

แสงสีฟ้ากับดวงตาในยุคดิจิทัล

ปกป้องดวงตาจากอันตรายของแสงสีฟ้า เคล็ดลับดูแลดวงตาให้อ่อนเยาว์ และเปล่งประกาย

แสงสีฟ้า (Blue Light) คืออะไร

แสงสีฟ้า หรือ แสงสีน้ำเงิน คือ แสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาวที่มนุษย์มองเห็นได้ โดยแสงสีขาวนั้นประกอบไปด้วยแสง 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง ซึ่งจะมีความเข้มแตกต่างกันไปตามพลังงานและความยาวของคลื่นแสง

แสงสีฟ้าพบได้ทั้งในแสงแดด หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ และพบมากที่สุดจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต โดยถือเป็นแสงที่มีคลื่นพลังงานสูง มีความยาวคลื่น 400 – 500 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความยาวที่สั้นที่สุด และสว่างมากที่สุด จึงสามารถผ่านเข้าสู่จอประสาทตา (Retina) และมีพลังทำลายทั้งกระจกตาและจอประสาทตาได้ร้ายแรงกว่าแสงสีอื่น

แสงสีฟ้า กับอันตรายที่มองไม่เห็น

ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล ทำให้คนเราใช้เวลาและสายตาอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Smart Devices) อย่างแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนมากขึ้น จนแทบจะกินเวลาเกินครึ่งหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ แสงสีฟ้าจากหน้าจอของอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้เกิดภาวะตาล้า (Digital Eye Strain) เช่น ปวดตา ตาแห้ง ตาพร่า และน้ำตาไหล นอกจากนี้ งานวิจัยทางการแพทย์ยังพบว่า การเผชิญกับแสงสีฟ้าเป็นเวลานาน อาจทำให้เซลล์ในดวงตาตาย เนื่องจากคลื่นแสงพลังงานสูงจะเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ (Free Radical) ในเซลล์ของจอประสาทตา ทำให้เซลล์ค่อย ๆ เสื่อมลง เป็นผลให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-Related Macular Degeneration: AMD) ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงขึ้น อาทิเช่น อายุ การสูบบุหรี่ การมีม่านตาสีอ่อน (Light Iris Coloration) แสงแดด การรับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ และกรรมพันธุ์ ทั้งยังพบด้วยว่า ผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมมากกว่าผู้ชาย

แสงสีฟ้า กับสมองและร่างกาย

แสงสีฟ้าจะเข้าไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) และส่งผลกระทบกับการนอนหลับ รวมถึงปัญหาสุขภาพอีกสารพัด อาทิ

  • การนอนหลับไม่เต็มอิ่มทำให้ขาดสมาธิและส่งผลให้ระบบความจำของเช้าวันใหม่ไม่มีประสิทธิภาพ (Distraction & Impaired memory)
  • การนอนน้อยเพราะแสงจากสมาร์ทโฟนทำให้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้ยากขึ้น (Harder to learn)
  • ในระยะยาว การนอนไม่พอจะก่อให้เกิดพิษต่อระบบประสาท ซึ่งยิ่งทำให้นอนหลับได้ยากยิ่งขึ้น (Neurotoxin)
  • ผู้ที่มีระดับฮอร์โมนเมลาโทนินและนาฬิกาชีวิต (Body Clock) บกพร่อง มีแนวโน้มจะเกิดภาวะซึมเศร้า (Depression)
  • แสงจากสมาร์ทโฟนส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่โรคอ้วน (Obesity Risk)
  • การสัมผัสแสงตอนกลางคืนมากไปและการนอนหลับไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและต่อมลูกหมาก (Breast & Prostate cancers)
  • นักวิจัยอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบของแสงสีฟ้ากับการเกิดโรคต้อกระจก (Cataracts)
  • แสงสีฟ้าอาจไปทำลายจอประสาทตา (Retina) โดยยังคงมีงานวิจัยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง (Harm retina)

ขอขอบคุณความรู้สุขภาพจาก:
นพ.ศิต เธียรฐิติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ชะลอวัย และฟื้นฟูสุขภาพ

โพสต์ที่แนะนำ

Recommended Post

5 เคล็ดลับดูแลดวงตา

5 เคล็ดลับดูแลดวงตา ดวงตา เปรียบเสมือน หน้าต่าง ของดวงใจ หนุ่ม-สาว ชาวออฟฟิศ ที่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่

อาหารเสริม VITALUTEIN

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตา “ปกป้องดวงตาคู่สวยจากแสงสีฟ้า”

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงดวงตาที่มีส่วนผสมของลูทีน บิลเบอร์รี และสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งมีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริการองรับ ว่าช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม ทั้งยังปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพดวงตา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้สายตาอยู่บนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน

  • PROTECT
  • PROMOTE
  • PREVENT

5 เคล็ดลับดูแลดวงตา

5 เคล็ดลับดูแลดวงตา ดวงตา เปรียบเสมือน หน้าต่าง ของดวงใจ หนุ่ม-สาว ชาวออฟฟิศ ที่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่

5 เคล็ดลับ ดูแลสมอง

5 เคล็ดลับดูแลสมอง สมอง เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความคิด ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องดูแล ปัจจุบัน ตัวเลขของผู้