คีโตไดเอท คืออะไร เข้าใจง่ายสไตล์หมอ

     ปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย สำหรับการลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างๆ สำหรับสาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบการไดเอท เพื่อลดความอ้วน หรือช่วยควบคุมน้ำหนักแล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีลดน้ำหนักด้วยการทำ IF, Paleo Diet, Blood Sugar Diet หรืออื่นๆ

แต่สำหรับวันนี้ หมอ มี 1 วิธีที่เรียกได้ว่า เป็นที่กำลังนิยมกันอย่างมาก ทั้งไทยและเทศ ไม่แพ้วิธี IF เลยก็ว่าได้

วิธีการลดน้ำหนักที่หมอกำลังจะกล่าวต่อไปนี้ นั่นก็คือ วิธีลดน้ำหนักแบบ คีโต ไดเอท หรือชื่อเต็มๆ เรียกว่า Ketogenic Diet ซึ่งหมอจะพาทุกท่านไปรู้จักว่า คีโตไดเอท คืออะไร หลักการเป็นเช่นไร อาหารที่ควร และ ไม่ควรรับประทาน มีอะไรบ้าง ประโยชน์ และ โทษ ของการทำคีโตไดเอทที่สำคัญๆ รับรองแน่นอนว่า บทความนี้ จะช่วยให้ทุกท่านรู้จักกับคีโตไดเอท ได้มาก และกระจ่างขึ้นอย่างแน่นอนครับ

คีโตเจนิค ไดเอท คืออะไร (What Is a Ketogenic Diet?)

คีโตเจนิค ไดเอท คือ การลดความอ้วน โดยการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เน้นคาร์โบไฮเดรตต่ำ  หรือกล่าวคือ การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างมาก และแทนที่ด้วยการรับประทานไขมัน เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารคาร์โบไฮเดรตที่น้อยลง จะทำให้ร่างกายของคุณ เข้าสู่กระบวนการเผาผลาญที่เรียกว่า กระบวนการ “คีโตซีส” นั่นเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่กระบวนการนี้เกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมาอย่างน่าทึ่ง ก็คือ ร่างกายของคุณจะเผาผลาญไขมัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเปลี่ยนไขมันเป็นคีโตนในตับ เพื่อสามารถให้พลังงานส่งไปยังสมอง

คีโตไดเอท จะช่วยให้น้ำตาลในเลือด และ อินซูลิน ลดลงอย่างมาก ในขณะที่คีโตนที่เพิ่มมากขึ้นนี้ จะส่งผล ทำให้เกิดประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับต่อไป

การแบ่งประเภทของ คีโตเจนิค ไดเอท

คีโตไดเอท มีวิธีการ หรือรูปแบบที่หลากหลาย โดยสามารถแบ่งได้คร่าวๆ ดังต่อไปนี้

1. Standard ketogenic diet (SKD)

คีโตเจนิค ไดเอท แบบมาตรฐาน ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมกันโดยทั่วไป นั่นก็คือ การรับประทาน ไขมัน 75% รองลงมาเป็นการรับประทานโปรตีน 20% และสุดท้าย ก็คือการทานคาร์โบไฮเดรต เพียง 5% นั่นเอง

2. Cyclical ketogenic diet (CKD)

การทำคีโต ไดเอท แบบรอบช่วงเวลา โดยรูปแบบนี้จะอาศัยรอบ Period เวลาเข้ามา อาทิเช่น การรับประทานแบบคีโต 5 วัน ตามมาด้วย อนุญาติให้ทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงได้ 2 วัน เป็นต้น

3. Targeted ketogenic diet (TKD)

คีโต ไดเอท รูบแบบนี้ จะอนุญาติให้ทำการเพิ่มคาร์โบไฮเดรตได้ แต่ต้องควบคู่กันไปในช่วงเวลาของการออกกำลังกายด้วยนั่นเอง

4. High-protein ketogenic diet

รูปแบบนี้จะคล้ายกับรูปแบบแรก แต่จะเพิ่มเรท (Ratio) การรับประทานโปรตีนที่มากยิ่งขึ้น โดยการรับประทาน ไขมัน 60% ทานโปรตีน 35% และสุดท้าย ทานคาร์โบไฮเดรต ที่ 5%

อย่างไรก็ตาม ผลจากการศึกษาและวิจัยจากแพทย์แนะนำว่า  สำหรับคนธรรมดาทั่วไปนั้น การทำคีโต ไดเอท ควรทำในแบบแรก นั่นก็คือ แบบมาตรฐาน ส่วน รูปแบบ ที่ 2 และ 3 นั้น เหมาะกับนักกีฬา หรือ นักเพาะกาย มากกว่า

ทานไขมัน แบบ Ketogenic Diet แล้ว จะช่วยให้น้ำหนักลด ได้จริงหรือ?

สำหรับคำถามที่ถามว่า “ทานไขมัน” แล้วจะลดน้ำหนักได้จริงหรือ…? คำตอบก็คือ ใช่ครับ

“คีโตเจนิค ไดเอท” สามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในระยะเวลารวดเร็ว และนอกจากนั้น ยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย

อีกหนึ่งความจริงที่น่าอัศจรรย์ นั่นก็คือ จากผลการวิจัยพบว่า การลดน้ำหนักแบบ คีโต ไดเอทนั้น ให้ผลการลดน้ำหนักได้ดีกว่า วิธีการลดน้ำหนักแบบอดอาหาร ซะอีกด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะคีโตไดเอท ไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกหิว เหมือนวิธีอดอาหาร นั่นเอง

โดยการศึกษาส่วนหนึ่ง พบว่า ผู้คนที่ทำการ คีโต ไดเอท สามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่ากลุ่มผู้คนที่จำกัดไขมันและแคลอรี่ ได้มากกว่าถึง 2.2 เท่า นอกจากนั้นยังพบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์และระดับไขมันดี ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจเป็นอย่างมากอีกด้วย

ประโยชน์ ของการลดน้ำหนักแบบ คีโตไดเอท

ประโยชน์อย่างน่าเหลือเชื่อ ที่กำลังนำมาใช้ในปัจจุบันของ คีโตไดเอท นั่นก็คือ การนำวิธีนี้ มาใช้รักษาโรคทางระบบประสาท อาทิเช่น โรงลมชัก เป็นต้น ส่วนประโยชน์อื่นๆ ขออธิบายเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

1. โรคหัวใจ

คีโต ไดเอท สามารถลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จากไขมัน ที่อาจก่อให้เกิดโรคหัวใจ โดยการรับษาระดับคอเลสเตอรอลในเลือด หรือไขมันดี, ความดันโลหิต และ น้ำตาลในเลือด

2. โรคมะเร็ง

การไดเอท คือการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกการคัดสรร การเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง จะสามารถลดความเสี่ยงของโอกาสการเกิดโรคมะเร็งได้

3. โรคอัลไซเมอร์

การคีโต ไดเอท จะช่วยลดอาการของอัลไซเมอร์และยังไม่ทำให้เกิดการลุกลามหรืออาการหนักได้อีกด้วย

4. โรคลมชัก

มีผลการวิจัยออกมาอย่างแน่ชัดว่า คีโตไดเอท ช่วยลดอาการลมชักในเด็ก และนอกจากนั้น ยังช่วยรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้อีกด้วย

5. ลดอาการบาดเจ็บของสมอง

จากการศึกษาและทดลองในสัตว์พบว่า คีโตไดเอท ช่วยลดอาการสั่นสะเทือน หรือรักษา กู้คืนเซลล์สมอง หลังจากได้รับการบาดเจ็บได้

6. ลดปัญหาสิว

เนื่องจากการรับประทานอาหารแบบ คีโตไดเอท ทำให้ระดับของอินซูลินลดลง อีกทั้งการรับประทานน้ำตาลที่น้อยลง สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ปัญหาสิวของหนุ่มๆ สาวๆ ลดลงได้

สรุป การทำ คีโตเจนิค ไดเอท มีประโยชน์มากมายโดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับเมตาบอลิซึม ระบบประสาท หรือ อินซูลิน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

หลักการของคีโต ไดเอท นั้น คือการหลีกเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตทุกชนิด และนอกจากนั้นยังคงมีอาหารอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงดังต่อไปนี้

1. อาหารที่มีน้ำตาล

น้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของโซดา, สมูทตี้เค้ก, ไอศครีม, ขนมขบเคี้ยวอื่นๆ, พวกธัญพืช หรือ แป้ง, ข้าว, ข้าวสาลี, อาหารซีเรียล เป็นต้น

2. ผลไม้

ได้แก่ผลไม้ทุกชนิด ถั่วต่างๆ

3. ผักที่มีลักษณะเป็นหัว เก็บสะสมแป้ง

เช่น มันฝรั่ง มันเทศ แครอท เป็นต้น

4. เครื่องปรุงรส หรือ ซอส บางชนิด

โดยเครื่องปรุงรสเหล่านี้ มักมีส่วนผสมของ น้ำตาลและไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

5. แอลกอฮอล์ ทุกชนิด

โดยคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่ในแอลกอฮอล์ จะทำให้ไคโตซีสหายไปได้

สรุป ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เช่น ธัญพืช พืชมีหัวต่างๆ น้ำตาล พืชตระกูลถั่ว ข้าว มันฝรั่ง ลูกอม ขนมขบเคี้ยว หรือแม้แต่ผลไม้ต่างๆ ก็ตาม

อาหารสำหรับ คีโต ไดเอท ที่ควรรับประทาน

1. เนื้อสัตว์ เนื้อแดง เบคอน เนื้อไก่
2. ปลาที่มีไขมัน
3. ไข่ไก่
4. เนย ครีม หรือ ชีส
5. น้ำมันเพื่อสุขภาพ

เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันจากอะโวคาโด

6. ผักคาร์โบไฮเดรตต่ำ

เช่น ผักสีเขียวส่วนใหญ่ มะเขือเทศ หัวหอม พริก ฯลฯ

7. เครื่องปรุงรส

เช่น เกลือ พริกไทยต่างๆ

สรุป ควรรับประทานเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ น้ำมันเพื่อสุขภาพ ผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นต้น

ข้อควรระวัง อันตราย และ ความเสี่ยงของการลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิค ไดเอท

การรับประทานไขมัน ก็เหมือนกับดาบสองคม เนื่องจาก ไขมันมีทั้งดีและไม่ดี ไขมันมีความอิ่มตัวสูง ข้อแนะนำคือ ไขมันอิ่มตัว ไม่ควรเกิน 7% ของปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับต่อวัน เพราะหากมีปริมาณมากเกินกว่านี้ ย่อมส่งผลเสี่ยง ที่เชื่อมโยงนำไปสู่โอกาสการเป็นโรคหัวใจได้ เพราะอย่างที่กล่าวข้างต้น มีโอกาสสูงที่จะเกิดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอล LDL หรือไขมันเลว ไขมันร้าย ได้นั่นเอง  นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงอื่นๆ ดังต่อไปนี้

1. การขาดสารอาหาร

หากร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน อย่างเช่น คุณไม่รับประทานผัก หรือ ผลไม้ ธัญพืชที่หลากหลาย อาจนำมาซึ่งการขาดสารอาหารประเภท ซีลีเนียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน B และ วิตามิน C เป็นต้น

2. ปัญหาเกี่ยวกับตับ

ด้วยไขมันที่มากเกินไป อาจทำให้ตับต้องทำงานหนัก ด้วยการเผาผลาญที่เพิ่มมากขึ้น อาจทำให้สุขภาพตับแย่ลงได้

3. ปัญหาเกี่ยวกับไต

ไต ช่วยในการเผาผลาญโปรตีน ซึ่งหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ไตเกิดการทำงานที่หนักได้ (สำหรับค่าเฉลี่ย ปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวัน ผู้ชาย 56 กรัม ส่วนผู้หญิงคือ 46 กรัมต่อวัน)

4. อาการท้องผูก

เนื่องจากการได้รับอาหารที่มีใยไฟเบอร์น้อย ส่งผลให้มีโอกาสเกิดอาการท้องผูก บ่อยกว่าปกติได้

5. อาการหงุดหงิน อารมณ์แปรปรวน

เพราะสมองต้องการน้ำตาล จากคาร์โบไฮเดรต ที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นการทำคีโต อาจทำให้ร่างกาย เกิดความสับสน ส่งผลต่อไปยังสภาพจิต ที่ทำให้หงุดหงิดได้ง่ายยิ่งขึ้น

คีโตไดเอทนั้นยอดเยี่ยม แต่!!! ไม่ใช่สำหรับทุกคน

คีโตเจนิค ไดเอท เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือต้องการลดน้ำหนัก ที่เห็นผลแบบรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักส่วนเกิน ผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือ ผู้ใดก็ตามที่ต้องการปรับเปลี่ยน ปรับปรุง สุขภาพในด้านของการเผาผลาญ

คีโตเจนิค ไดเอท ไม่เหมาะสำหรับนักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักจำนวนมาก  และ การทำคีโต นั้น จะต้องได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้อง หรือ การกำหนดตาราง ชนิด ประเภทของการรับประทานอาหารที่ถูกลักษณะ เพราะหากรับประทานไขมันจนมากเกินไป และผิดประเภท สิ่งเหล่านี้ย่อมจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย เสมือนเงาตามตัว อย่างแน่นอน

แม้ว่าการทำคีโต ไดเอท นั้น ในระยะสั้น จะเห็นผลทางด้านการลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วก็ตาม แต่สำหรับระยะยาวแล้วนั้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้มากกว่าผลดี และข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่ง เป็นข้อคิดที่น่าสนใจ นั่นก็คือ เมื่อวันนี้คุณจำกัดอาหาร แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อใดก็ตามที่คุณกลับมาทานอาหารปกติอีกครั้ง จะทำให้น้ำหนักกลับมาดังเดิม หรือ เรียกอาการคล้ายๆ นี้ว่า โยโย่เอฟเฟค นั่นเอง

แต่ การลดน้ำหนักที่ปราศจากความเสี่ยง ที่ได้รับการยืนยัน ค้นคว้าและวิจัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน Anti-Aging ที่ได้นำ นวัตกรรมอันทันสมัยที่ปลอดภัยเข้ามาใช้ ในการควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ให้เห็นผลได้ชัดเจน โดยไม่มีอันตรายและผลข้างเคียง อีกทั้ง ยังบำรุง และเสริมสร้างสุขภาพ ให้ดียิ่งขึ้น นั่นก็คือ “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 3C COMPLEX” ที่รวบรวมสารสกัดจากสมุนไพร และ ธรรมชาติ มากกว่า 8 ชนิด ลดน้ำหนัก ลดความอ้วนแบบปลอดภัย คือเรื่องจริง ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วน ไม่ต้องนำพาร่างกายที่คุณรัก ไปเสี่ยงกับอันตราย

ผอม สวย หุ่นดี ได้ง่ายๆ ผ่านการรีวิวจากผู้ใช้จริงมากมาย เห็นผลเปลี่ยนแปลง น้ำหนักลดได้อย่างชัดเจน ภายใน 8 สัปดาห์ ด้วยตัวช่วย ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 3C Complex ที่แพทย์แนะนำ

อาหารเสริม 3C COMPLEX

ช่วยควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัย

มีสารสำคัญ LeptiCore® (สิทธิบัตรอเมริกา) ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเลปติน ทำให้ลดกินหวาน ลดกินจุบจิบ อิ่มไว เผาผลาญดี

  • ฮอร์โมนเลปตินทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ = ช่วยตัดวงจรอ้วน
  • ปรับสมดุลฮอร์โมนเลปติน (ฮอร์โมนอิ่ม) ลดความอยากอาหาร อิ่มไว
  • กระตุ้นระบบเผาผลาญไขมัน
  • ชะลอการดูดซึมน้ำตาล บล็อกแป้ง บล็อกไขมัน
  • ได้รับการยอมรับโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Anti-Aging
  • ปลอดภัย ไม่โยโย่ งานวิจัยรับรองจากอเมริกา

รู้จักกับ เลปติน ฮอร์โมนที่อยู่เบื้องหลังโรคอ้วน

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ความหิว หรือ ความอิ่มของคนเรานั้น คือกระบวนการแบบไหน มาจากส่วนไหนของร่างกาย เกิดจากฮอร์โมนที่เรียกว่าอะไรกันนะ…

ผลข้างเคียง ของการเก็บตัว ช่วง COVID-19 ทำไมถึงอ้วนขึ้น?

ลองนึกภาพย้อนกลับไปเมื่อ 1-2 เดือนก่อน…ที่ผ่านมา หลังจากการเริ่มระบาดอย่างหนักของโรคไวรัส COVID-19 ที่ต่างทำให้เราต้องมีชีวิตที่แตกต่างออกไปจากเดิม…

โยโย่ เอฟเฟค คืออะไร หนีห่างให้ไกล ก่อนสายเกินแก้

โยโย่ เอฟเฟค (YOYO Effect) อาจดูเป็นคำที่คุ้นหู หรือ เคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างไม่มากก็น้อยสำหรับคนทั่วไป และเมื่อพูดถึงโยโย่ เอฟเฟค สำหรับสาวๆ แล้วนั้น …